วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

20 ความจริงของชีวิต มหาวิทยาลัย แป๊ะอ่ะ







     20 ความจริงของชีวิต มหาวิทยาลัย แป๊ะอ่ะ



1. ถึงเข้าเรียนสายในวิชาแรกก็ไม่เป็นปัญหา เพราะถึงยังไง คุณก็หลับอยู่ดี
2. เด็กมหา’ลัย ยังคงพับเครื่องบินกระดาษปาเล่นอยู่เลย
3. นาฬิกาในแต่ละตึก มักบอกเวลาไม่ตรงกัน
4. ไม่ว่าตอนเรียนมัธยมคุณจะฉลาดแค่ไหน เมื่อเข้ามหา’ลัย คุณอาจจะเป็นไอบื้อคนนึงทันที
5. บางคนอาจจะเรียนรู้เรื่อง แต่ก็สอบตก
6. บางคนไม่รู้อะไรที่เรียนมาเลย แต่กลับสอบผ่านซะงั้น
7. ไม่มีใครตรงต่อเวลา แม้แต่บรรดาอาจารย์ก็ตาม
8. การโดดเรียน ไม่ใช่สิ่งที่ตื่นเต้นเร้าใจอีกต่อไป
9. ถ้าไม่เคยรู้เรื่องกินเหล้ามาก่อน คุณจะได้รู้
13. จิตวิทยา คือ ชีวะ
14. ชีวะ คือ เคมี
15. เคมี คือ ฟิสิกส์
16. ฟิสิกส์ คือ คณิต
17. เรียนหลาย ๆ ปี จบออกมาแล้วอาจจะไม่ได้อะไรเลย
18. มีทักษะในการหลับขั้นเทพ หลับได้ทุกเวลาและอิริยาบถ
19. การศึกษาส่วนใหญ่ มักอยู่นอกห้องเรียน
20. เมื่อ เรียน จบแล้ว คุณจะรู้ว่า นี่เป็นเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของคุณ
เครดิต :? 9gag.com soccersuck.com

วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ชีวิตมหาลัย กับเรื่องจี๊ดปวดใจ


       
             สำหรับชีวิตในมหาลัยมันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่่เรามักจะพบเห็นใครต่อใคร เดินกันเป็น คู่ๆ จนพาให้แอบอิจฉาอยู่เล็กๆ ไม่ได้ โดยส่วนใหญ่ที่มักเจอเค้าและเธอเหล่านี้มักคบเป็นแฟนกันมาตั้งแต่เรียนมัธยม 5555 หรือบางคนแอบชอบแอบปลื้มเค้ามาตั้งนานสุดท้ายอ๊าวเป็นเกย์หรอกหลอ หล่อๆก็น่ะเป็นตุ๊ดสะเกลี้ยง (อย่างว่าอะน่ะสังคมสมัยนี้อยู่ยากขึ้นทุกวัน) ทำเอาคนที่คิดว่าจะมามีแฟนตอนเรียนมหาลัยกินแห้ว กันไปตามๆกัน บางคนก็เจอเรื่องช๊อคอยู่ไม่น้อยอย่างเพื่อนที่เรียนอยู่ภาควิชาเดียวกัน ที่ดันไปหลงรักผู้หญิงคนนึง ที่เรียนคนละภาควิชากันแต่ทำงานทีสโมสรนักศึกษาที่เดียวกันไปๆ มาๆ เพื่อนเราก็ดันไปแอบชอบเค้าจนสุดท้ายก็ไปบอกเค้า ว่าเราชอบเธออ่ะ เป็นแฟนกับเราได้มั๊ย โหช่างกล้ามาก เสียอย่างเดียวไม่ได้ดูข้อมูลไรเลยว่าผู้หญิงเค้าน่ะมีแฟนอยู่แล้ว มันเลยโดนปฏิเสธมาอย่างจังๆ ทีนี้ก็ลำบากต้องมาคอยปลอบมันอยู่อีกเป็นเดือน ไม่รู้จะสงสารหรือสมน้ำหน้ามันดีที่มันไม่ดูอะไรเลย เหอะๆ =.= แต่อย่างว่าอะน่ะ ความรักมันห้ามกันได้ที่ไหน บางคนแค่แอบรักแอบปลื้มเค้าอยู่ไกลๆ แอบเค้าไปดูเฟส เข้าไปไลท์รูปแบบกดรัวแหลก(ประมาณว่าโพสต์รัยมาไลท์หมด) ทั้งๆที่เค้าไม่รู้ก็มีความสุขแล้ว 5555 แต่ก็ดีน่ะเพราะมันเป็นอะไรที่ทำให้เรามีความสุข และบางครั้งมันก็ทำให้เรารู้สึกว่าโลกนี้อยู่ดีๆ ก็น่าอยู่ขึ้นเป็นกอง สำหรับคน โฉด เย้ยยย!!! โสดก็อย่าพึ่งท้อขอให้ตามล่าและมุ่งมั่นหากันต่อไป และขอให้เจอกับคนดีๆ เข้ามาตกหลุมพราง อิอิ ไม่ช่ายหลุมรักน่ะจ๊า ^^ 





ปล. มุขไม่ฮาพาเครียดชัดๆ =_=^

วันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ใครกำลังจะเข้ามหาลัยยกมือขึ้นนนน!!!!!!





ใครกำลังจะเข้ามหาลัยยกมือขึ้นนนน!!!!!!







ชีวิตความเป็นอยู่ที่เต็มไปด้วยอิสระ  อิอิ  ได้อยู่ห่างจากพ่อแม่  เอิ๊กๆ > <  การเรียนมหาลัยที่กิจกรรมเยอะ  การเรียนแยะ  ต้องมีการปรับตัวต่างทั้งความเป็นอยู่และการเรียน และคนจำนวนไม่น้อยเลยที่เมื่อก้าวเข้ามาแล้วก็อาจจะรู้สึกว่าที่เรียนอยู่มันไม่ใช่และซิ่วออกไป
การเลือกเส้นทางในชีวิตให้กับตัวเองตั้งแต่ ม.6  ช่างเป็นเรื่องที่ยากแสนยากเชื่อว่าหลายคนมักโดนถามอยู่เสมอๆ ว่าอยากเข้าคณะอะไรอยากเรียนอะไร  หลายๆคนมักให้คำตอบกับตัวเองได้แต่ก็ยังมีอยู่อีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะเลือกทางไหนดี การเรียนในชั้นมัธยมว่ายาก   การสอบเข้ามหาลัยที่ย๊ากยาก  แต่พอมาเจอชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยหลังจากสอบเข้ามาได้แล้วนี่สิยากยิ่งกว่า ตอนแรกที่คิดว่าคงมีความสุขได้พบเจออะไรใหม่ๆ และมีอิสระมากกว่าตอนเรียนมัธยมแต่พอมาเจอเข้าจริงๆเหนื่อยมากทั้งการปรับตัวแล้วก็การเรียนโดยเฉพาะคนที่ตอนนี้ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าจะเรียนคณะอะไรก็ขอให้ตัดสินใจเลือกดีๆเพราะหากเราได้เลือกเข้ามาแล้วนั่นหมายความว่าเราต้องเรียนอยู่กับสิ่งที่เลือกไปตลอดระยะเวลาการเรียนและจะเจอกับวิชาที่เฉพาะเจาะจงเพื่อที่จะออกไปประกอบอาชีพตอนสำเร็จการศึกษา  ซึ่งอาจจะทำให้เราไม่มีความสุขกับมันหากเราเลือกผิด
หากยังไม่รู้ว่าจะเลือกเรียนอะไรโดยส่วนตัวแล้วขอแนะนำให้ดูจาก
1.   ควรเริ่มต้นดูจากว่าเมื่อเรียนจบออกมาแล้ว  เราอยากทำงานอะไร เช่น ถ้าอยากเป็นสถาปนิก  อยากออกแบบบ้าน ก็เรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์   เพราะการเริ่มต้นจากมองหาสิ่งที่เราอยากเป็นจะทำให้เรารู้เป้าหมายที่ชัดเจนขึ้น และรู้ว่าเราเข้าไปจะตั้งใจเรียนให้ได้เกรดดีๆ  เพราะสิ่งนี้
2. ศึกษารายละเอียด ในคณะหรือสาขาที่จะเข้าเรียน รายวิชาที่จะต้องเรียน โดยเฉพาะหากมีรุ่นพี่ทีเรียนในคณะนั้นที่เรารู้จักคอยให้คำปรึกษาจะดีมาก เพราะหากเราเลือกโดยไม่รู้รายละเอียด  อาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมาได้  เช่น  อาจเรียนไปแล้วไม่ชอบ  อาจจะไม่อยากเรียนเพราะไม่ชอบวิชานี้แต่ต้องเจอวิชานี้ตลอด เป็นต้น
4. เมื่อตัดสินใจเลือกแล้ว ก็ให้ตั้งใจแน่วแน่ไม่ต้องตามเพื่อน  เพราะเราเองนั้นแหละคือคนที่รู้จักตัวเองดีที่สุด
3. ตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือ  (อย่างแน่วแน่)แล้วสอบเข้าคณะที่จะเรียนในมหาลัยที่จะเรียนให้ติด


ในฐานะที่เคยผ่านการสอบ O-Net  Gat –Pat  7 วิชาสามัญ บลา บลา  และสอบเข้ามหาวิทยาลัยอันดุเดือด จนมีชีวิตรอดเข้ามหาวิทยาลัยมาแล้ว ขอแนะนำให้น้องๆเลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองรักและชอบมันจริงๆ เพราะมันจะทำให้น้องมีความสุขเวลาที่ได้อยู่กับมันทุกวี่วัน  ดีกว่าเลือกคณะที่เราไม่ชอบเรียนอะไรที่มันไม่ใช่ทำให้มีความรู้สึกว่าต้องฝืนเรียนอย่างทรมาน  ในเวลา 4 ปี (เอ๊ะ หรือ มากกว่านั้น ล้อเล่น) สุดท้ายนี้ขอให้น้องๆ มีความสุขกับการได้ลิขิตทางเดินชีวิตให้กับตัวเอง และก้าวเดินไปในทางที่เลือกอย่างมีความสุขน่ะค่ะ สู้ๆ ^^